บทที่ 3 ทะเลทราย..ฤดูหนาว



 บทที่ 3  
 ทะเลทราย..ฤดูหนาว  

หลังจากเติมน้ำมันรถเสร็จ ผมก็ขับรถออกมาสู่ถนนใหญ่ พอเห็นร้านเหล้าเย็นๆ ร้านหนึ่ง ผมก็จอดรถทันที ผมรู้ตัวดีว่าทำไมถึงจอดรถที่นี่  

บางครั้ง ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดในใจ ก็ทำให้ผมคิดบ้าบอไปว่า น่าจะใช้ยางไม้มาทาแผลให้หาย  

สมัยที่ยังเป็นพนักงานโรงงานและขับรถร่วมกับเพื่อนฝูง ชีวิตไม่ได้สนุกหรือเศร้า แต่ก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไปที่ดื่มเหล้าเมายาเพื่อความบันเทิง  

ตอนนี้มีรถคันเล็กๆ คันหนึ่ง และเช่าบ้านเล็กๆ อยู่ ชีวิตก็กลายเป็นคนขับแท็กซี่ ไม่ค่อยได้เจอเพื่อนเก่าเหมือนแต่ก่อน ส่วนหนึ่งเพราะเริ่มเป็นผู้ใหญ่ขึ้น และอีกส่วนหนึ่งเพราะเริ่มมีความรับผิดชอบมากขึ้น จึงเลิกเหล้าเมายามาได้สี่ห้าปีแล้ว  

ถึงจะตัดสินใจไม่ดื่มอีก แต่ความเจ็บปวดที่รุนแรงในใจก็ทำให้ผมตัดสินใจอย่างโง่เขลาว่า ต้องใช้ยาชนิดหนึ่งที่ทำให้มึนเมาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดนี้  

ค่ำคืนนี้เงียบสงบและน่าคิดถึง ถ้ามีเพื่อนอยู่ด้วยคงดี คิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าถ้ามีคนคุยด้วย คงมีเรื่องให้พูดคุย และความรู้สึกในใจคงเบาบางลงบ้าง  

เพราะไม่อยากยอมรับการอยู่คนเดียว ผมจึงยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอีกครั้ง พร้อมกับความมึนเมา และนั่นทำให้ผมคิดถึงเธอมากขึ้น  

ผมคิดถึงใบหน้าของเธอมากขึ้น ท่าทางของเธอเริ่มเคลื่อนไหวในความมึนเมาของผม  

หิมะ.. เธอนี่ช่างโหดร้ายจริงๆ  

ถึงแม้ผมจะรู้ตัวดีว่าเป็นคนที่ห่างไกลจากความรัก แต่เมื่อไหร่ที่ผมยอมรับความรู้สึกลึกๆ ของความรัก ความเคลื่อนไหวของความรัก และความผูกพันที่ละเอียดอ่อนของความรัก ที่ซึมซาบเข้ามาในเลือดเนื้อของผม ทันใดนั้น ความเจ็บปวดที่ความรักมอบให้ ก็จะทิ่มแทงเข้าไปในกระดูกและหัวใจของผม  

ทุกคนที่เคยมีความรักคงเข้าใจดี  

ถึงแม้ว่าความรักจะไม่ใช่ยาพิษ แต่สำหรับผมแล้ว มันคือยาพิษที่ทำให้ความรู้สึกยากลำบากขึ้น  

หากโชคไม่ดี ความรักก็สามารถนำพาชีวิตของคนๆ หนึ่งไปสู่จุดจบได้  

ผมจ้องมองเบอร์โทรของเธออย่างตั้งใจ แล้วรู้สึกเจ็บแปลบในใจ ทำไมถึงต้องเจ็บอีกเมื่อได้เจอเธอ  

ทั้งที่รู้ดีว่ากุหลาบมีหนามแหลมคม แต่ทำไมใจถึงยอมให้เก็บมันไว้ในหัวใจ  

หรือว่าความคิดที่มีเหตุผลของผม จะยอมรับว่ามันไม่สามารถหยุดความโง่เขลาของหัวใจได้  

หิมะ.. เธอให้ความเจ็บปวดที่ขมขื่นกับผมมากกว่าคนอื่น คนที่ควรได้รับความเจ็บปวดนี้คือผม  

แต่ที่ต้องทนทุกข์เพราะความรักของเธอ ก็เพราะหัวใจของผมที่ยังคงหลงรักเธออยู่ เธอรู้ไหม  

หิมะ.. เธอทำร้ายหัวใจที่อ่อนโยนของผมด้วยความเย็นชา  

คืนหนึ่ง ความเจ็บปวดก็ค่อยๆ จางหายไปอย่างเงียบๆ  

ในคืนที่ไม่มีใครรู้ เสียงร้องของหัวใจดวงหนึ่งที่เจ็บปวด ก็ยังคงดังอยู่ในบาดแผลของผม  

ไม่มีใครรู้.. แม้แต่เธอ  

"พี่.."  

เสียงเรียกจากเด็กชายข้างบ้านทำให้ผมหันไปมอง "อะไรเหรอ" ผมถามขณะกำลังเติมน้ำที่ปั๊ม  

"มีพี่สาวคนหนึ่งบอกให้มาบอกพี่ว่า เธอจะรอพี่ที่ปลายถนน"  

ผมรู้สึกสับสนและใจสั่น มีผู้หญิงคนหนึ่งรอผมอยู่  

ใครกันนะ  

ในใจผมเต็มไปด้วยความกังวลและความตื่นเต้น  

"อืม พี่จะไปเดี๋ยวนี้"  

"ครับพี่"  

เด็กชายเดินจากไป ผมก็ตรวจเช็ครถเรียบร้อยแล้ว จึงสตาร์ทรถและขับออกไป  

จากระยะไกล ผมเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งปลายถนน เธอสวมชุดไทยเรียบๆ ดูสวยงาม และกำลังมองมาทางรถของผม  

เมื่อเข้าใกล้ เธอยกมือให้ผมจอดรถ  

"พี่รันมินโซ ผมอยากไปวัดพระแก้ว พี่ช่วยไปส่งได้ไหม"  

"หิมะ.."  

ตาผมกว้างด้วยความประหลาดใจ  

"พี่จะไปส่งผมไหม พี่รันมินโซ ผมไม่อยากเรียกแท็กซี่คันอื่น เลยมาถึงตั้งแต่เช้าเพื่อรอพี่.. หรือจะเรียกว่าคอยมองหาพี่มากกว่า"  

เธอพูดด้วยสีหน้าที่สดใสและไร้เดียงสา  

รอยยิ้มของเธอที่ไม่ได้เห็นมานาน ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นอีกครั้ง  

"ได้สิ หิมะ"  

ผมเปิดประตูรถให้เธอขึ้นมา  

เธอขึ้นรถอย่างเรียบร้อย ผมก็ปิดประตูให้เธออย่างเบามือ แล้วกลับไปที่ที่นั่งคนขับ  

ระหว่างที่เปิดประตูและเธอขึ้นรถ ผมไม่กล้ามองหน้าเธอ  

ผมกลัวว่าเธอจะเห็นความอ่อนแอในใจของผม  

ตลอดทางที่ขับรถไป ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เคยเกิดขึ้นระหว่างเรา หรือเรื่องที่ผมเห็นเธอกับคนอื่น  

ผมแค่จดจ่อกับถนนและสัญญาณไฟจราจร  

บางครั้งที่เห็นไฟแดง ผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังหยุดก้าวเดินไปข้างหน้า  

ผมกลายเป็นคนที่อ่อนแอและไร้เหตุผลเมื่ออยู่กับเธอ  

ผมขอโทษเพื่อนที่เคยพูดจาไม่ดีกับเขา  

หิมะก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเราเลย  

หรือว่าเธอจะลืมไปแล้ว  

ในรถที่กำลังเคลื่อนไปด้วยความเร็ว สองเราก็นั่งเงียบๆ ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น  

ระหว่างที่ขับรถ ผมเหลือบมองกระจกหลัง และเห็นสายตาของหิมะที่จ้องมาที่ผม  

ตาของเธอที่เคยสดใส ตอนนี้กลับมีน้ำตาคลอ  

เธอใช้ผ้าเช็ดหน้าซับปาก แล้วหันหน้าหนีไป  

ผมรู้สึกไม่ดีที่เห็นเธอแบบนั้น  

เพราะรักเธอ จึงทำให้ผมรู้สึกผิดที่ทำร้ายเธอ  

"หิมะ.."  

ผมจอดรถที่ลานวัดพระแก้ว  

ตาของเธอที่เคยมีน้ำตา ตอนนี้กลับสงบนิ่ง  

"พี่รันมินโซ ช่วยขึ้นไปบนวัดกับผมหน่อยได้ไหม"  

สายตาของเธอมองมาที่ผมด้วยความหวัง  

ทุกครั้งที่เธอกระพริบตา ผมเห็นน้ำตาที่เกาะอยู่บนขนตาของเธอ  

"งั้นผมจะไปจอดรถก่อนนะ หิมะ"  

ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน  

เธอยิ้มและพยักหน้าตอบ  

ผมขับรถไปจอดที่ลานจอดรถ  

ไม่ว่าในอดีตจะเกิดอะไรขึ้น แต่ในปัจจุบันนี้ ผมรู้สึกอบอุ่นกับท่าทางที่อ่อนโยนและน้ำเสียงที่อบอุ่นของเธอ  

"ขอบคุณนะ หิมะ"  

เมื่อขึ้นไปบนลานวัด หิมะก็กางร่มที่เธอพกมา  

แล้วเธอก็กางร่มให้ผมด้วย  

"ไม่เป็นไร ผมอยู่แบบนี้ก็ได้ หิมะกางร่มให้ตัวเองเถอะ"  

"แดดแรงมากเลย พี่รันมินโซ ผมรู้สึกผิดที่ให้พี่ขับรถมาส่ง"  

ผมยิ้มให้เธอ  

"งั้นพี่รันมินโซช่วยถือร่ม แล้วเรากางร่มด้วยกันดีไหม"  

คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกอบอุ่น  

ผมทำตามที่เธอบอก และถือร่มให้เธอ  

ใต้แสงแดดที่ร้อนแรง ผมรู้สึกเย็นสบายเมื่อได้กางร่มให้เธอ  

"พี่รันมินโซ เรามาขอพรที่วัดกันเถอะ แล้วค่อยไปไหว้พระกัน"  

ผมพยักหน้าให้เธอ  

"แล้ว.. พี่รันมินโซ ช่วยส่งรองเท้าให้ผมหน่อย ผมจะถือให้ พี่จะได้มีบุญ"  

เธอยิ้มและส่งรองเท้าให้ผม  

ผมก็ส่งรองเท้าให้เธอ  

เธอเดินไปข้างหน้าอย่างสงบ  

ระหว่างที่เดินไปด้วยกัน ไหล่ของเธอสัมผัสกับผมเบาๆ  

ความรู้สึกนุ่มนวลนี้ทำให้หัวใจผมเต้นแรง  

กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเธอ ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะสูดดม  

ผมรู้สึกผิดที่ทำแบบนี้โดยไม่ได้ขออนุญาต  

"หิมะ.. ผมขอโทษ"  

เมื่อถึงบันไดวัด หิมะบอกให้ผมรอ แล้วเธอก็ไปไหว้พระ  

หลังจากไหว้พระเสร็จ เธอก็เดินไปที่อ่างล้างหน้า  

ผมมองเธอด้วยความประทับใจ  

ความอ่อนโยนและความศรัทธาของเธอ ทำให้ผมรู้สึกสงบ  

"พี่รันมินโซ ไปกันเถอะ"  

"เสร็จแล้วเหรอ"  

เธอพยักหน้า แล้วมองมาที่ร่มที่ผมถือให้  

ผมก็ยิ้มให้เธอ แล้วเราก็เดินไปด้วยกัน  

"พี่รันมินโซ ผมชอบพี่นะ"  

"อะไรนะ"  

เธอหัวเราะเล็กๆ  

"ไม่ใช่เรื่องอื่นหรอก ผมแค่ขอบคุณพี่ที่ถือร่มให้ผม"  

ผมไม่รู้จะตอบอะไร  

คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกอบอุ่น  

"พี่รันมินโซ เรามาหาที่นั่งกันเถอะ ผมมีเรื่องอยากบอกพี่มากมาย"  

ผมภาวนาในใจว่า เธอจะพูดคำที่ทำให้ผมรู้สึกดี  

เวลาที่ได้เดินไปกับหิมะ ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในความฝัน  

แต่คำพูดที่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ก็ทำให้ผมรู้สึกกังวล  

"หิมะ.. ผมขอโทษ"  

เมื่อเรานั่งอยู่บนบันไดวัด หิมะก็เริ่มพูด  

"ชื่อเขาคือ ทุนมินลัต"  

ผมเงียบและฟังเธอพูด  

"วันนั้น.. ผมไม่คิดว่าจะได้เจอพี่รันมินโซในแท็กซี่  

ผมรู้สึกเสียใจและขอโทษด้วย  

ผมไม่อยากให้พี่รันมินโซคิดว่าผมเป็นคนแบบนั้น"  

ผมเงียบและมองไปที่ใบไม้สีเหลืองที่ร่วงลงมา  

ผมรู้สึกเจ็บปวด  

"ผมไม่คิดแบบนั้นกับหิมะ  

ผมไม่เคยคิดว่าหิมะเป็นคนแบบนั้น  

ผมไม่เคยมีสิทธิ์ที่จะตัดสินหิมะ  

เราไม่เคยถึงขั้นที่ต้องผูกพันกัน  

หิมะ.. ผมไม่ใช่คนที่เหมาะสมสำหรับหิมะ"  

น้ำตาของหิมะไหลออกมา  

ผมก็ร้องไห้ตาม  

"หิมะ.. ผมขอโทษ"  

หิมะหันหน้าหนีไป  

ผมรู้สึกเจ็บปวดที่เห็นเธอร้องไห้  

"พูดมาเถอะ พี่รันมินโซ"  

ผมไม่รู้จะพูดอะไร  

คำพูดที่ควรจะพูด มันติดอยู่ในคอ  

"หิมะ.. ผมขอโทษ"  

หิมะยิ้มให้ผม  

"พี่รันมินโซ ช่วยถือร่มให้ผมหน่อย"  

ผมส่งร่มให้เธอ  

"มีเรื่องอยากบอกพี่นิดหน่อย  

พี่รู้ไหม ผมเป็นลูกสาววันเสาร์ พี่รันมินโซเป็นลูกชายวันพุธ  

มีคำพูดที่ว่า เสาร์-พุธ ไม่เคยหิวข้าว"  

เธอหัวเราะเล็กๆ  

คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกดี  

แต่การอยู่กับหิมะก็ทำให้ผมรู้สึกอึดอัด  

"เรามาหาที่นั่งกันเถอะ ผมมีเรื่องอยากบอกพี่มากมาย"  

คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกอบอุ่น  

แต่คำพูดที่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ก็ทำให้ผมรู้สึกกังวล  

"หิมะ.. ผมขอโทษ"  

เมื่อเรานั่งอยู่บนบันไดวัด หิมะก็เริ่มพูด

Comments

Popular posts from this blog

เจ้าชายแห่งศักดิ์ศรีและคำมั่นทองคำ

"ทะเลทราย....ฤดูหนาว" (บทที่ 1)